posted on 16 Jul 2009 00:53 by ajnoom
เมื่อวันก่อนผมเผอิญไปเจอเพื่อนสนิทมากๆคนนึง ชื่อโจ้
นั่งเรียนด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ดูหนังด้วยกัน ไปเที่ยวกัน
ทำทุกอย่างด้วยกัน ตั้งแต่ม.4-ม.6 จนเข้ามหาลัยประมาณ
ปี 2 เพือนคนนี้ก็เปลี่ยนไป หายไปจากวงจรชีวิตของผม
ขาดการติดต่อมาหลายปีมาก จนถึงปัจจุบัน
...ผมได้เจอเขาคนนี้ก่อนไปทำงานแถวสุทธิสาร ด้วยความดีใจ
ผมก็อ้าว..โจ้
โจ้ก็.. อ้าวนายหนุ่ม
เอ่อ... ไปก่อนนะ
ทำเอาผมงง ผมบอกเขาว่าขอเบอร์หน่อยเดะ เขาบอกไม่มีให้ ไม่เป็นไร ไปก่อนนะ
แล้วก็หายไปเลยครับ สุดสายตาของผมคือเพื่อนสนิทของผมเอง
ถ้าเป็นคุณละครับ จะตอบสนองกับเหตุการณ์แบบนี้อย่างไรดี
เพื่อนสนิทกลายเป็นใครก็ไม่รู้ไปซะแล้ว
posted on 04 Jul 2009 14:10 by ajnoom
มีคนแอบถ่ายแล้วส่งมาให้ครับ
เป็นงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา

เขินตัวเองจริงๆ
edit @ 5 Jul 2009 00:28:01 by @ AJNOOM @
posted on 03 Jul 2009 22:37 by ajnoom
เมื่อวันเช้าได้มีโอกาสอ่านข่าวหนังสือพิมพ์เจอโรคๆนึง น่ากลัวมากครับ
คงจะเห็นกันบ้างแล้วสำหรับโรคเลือดออกท่วมตัว
เด็กไทยคนนี้
เด็กหญิงวัย 11 ขวบ ลูกสาวผู้กำกับฯ เมืองเลยป่วยเป็นโรคประหลาดเลือดไหลท่วมตัวทุกช่องทวาร จนตาบอดและสลบ ทุกช่วงวันโกนวันพระ พ่อต้องวิ่งรอกแบกลูกส่งโรงพยาบาล แต่แพทย์ยังไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้ หลังจากที่ตระเวนตามโรงพยาบาลมากว่าปี หมอชี้เป็นโรคประหลาดที่ทั่วโลกมีเพียง 6 ราย พ่อท้อ หมดทางรักษาอาจพึ่งแพทย์แผนจีนที่ติดต่อจะขอช่วยรักษา
เป็นเหมือนกับเด็กอินเดียเลยครับ
เด็กหญิงอินเดีย เป็นโรคประหลาด - เลือดท่วมตัว
ทวิงเคิล ดวีเทวี เป็นเด็กหญิงชาวอินเดีย จากรัฐอันตรประเทศ อายุ 13 ปี ซึ่งเด็กๆ วัยนี้น่าจะเป็นวัยที่มีแต่ความสดใสร่าเริง แต่ชีวิตของทวิงเคิล ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะเธอเป็นโรคแปลกประหลาดที่ยังรักษาไม่หาย อาการของโรคทำให้เลือดท่วมร่างของเด็กหญิงอยู่ตลอดเวลา
ภาพที่เลือด ไหลออกจากหลายๆ ส่วนร่างกาย ทำให้เด็กหญิงไม่มีเพื่อนคบหา ถูกโรงเรียนไล่ออก เพื่อนบ้านหวาดกลัว พร้อมกับกล่าวหาว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะถูกสาปแช่ง
"ถ้าเลือดออกที่ศีรษะ หนูจะรู้สึกว่าหัวหนูหนักมาก ถ้าเลือดออกที่ตา ตาก็จะแสบไปหมด เวลาอาบน้ำล้างตัวยังรู้สึกเจ็บด้วย" ทวิงเคิลกล่าว
อาการนี้มีขึ้นเมื่อเด็กหญิงอายุ 12 ปี จู่ๆ ก็มีเลือดออกวันละ 5-20 นาที ดูน่ากลัวมาก กระโปรงนักเรียนเต็มไปด้วยเลือดสีแดง ไม่มีใครเข้าใกล้และเล่นด้วย เด็กหญิงร้องไห้ทุกครั้งที่เลือดออก จากนั้นโรงเรียนไม่รับเธอเข้าเรียนจนต้องเรียนที่บ้านแทน
แพทย์จากสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ออลอินเดีย เชื่อว่า ทวิงเคิลเป็นโรคความผิดปกติของเกล็ดเลือด "Type 2 Platelet Disorder" ที่พบยากมาก ยังไม่มีทางรักษาหาย เพราะยังหาทางทำให้เลือดข้นกว่านี้ไม่ได้
..........................................................
ดูแล้วน่าสงสารมากน้องมาก เพราะขนาดไปตรวจ หมอก็ไม่พบอาการผิดปกติ
ผมว่าเราคงต้องรักษาตัวเองมากขึ้น ต้องระวังโรคร้ายจะเกิดกับเราและคนรอบข้าง
ยิ่งช่วงนี้ไข้หวัด 2009 กำลังมาแรง ไม่รู้ 2010 จะมาอีกรึป่าว
..ชีวิตเรา..
สู้ต่อไปนะครับ